งุ้งๆๆๆ ไม่ได้อัพซะนานเลยนะ (ไม่มีใครอ่านซะหน่อย)
ก็อย่างที่เคยบอกไว้ว่า อยากทำบล็อกรีวิวเครื่องสำอาง
แต่ว่าแต่ว่า นังยู ไม่ได้ออกไปช็อปเลยอ้ะ
งืม...เพราะฉะนั้นจึงขอเปิดกรุสมบัติที่มีอยู่ก่อนดีกว่าเน้อ อ~
แอ๊ะ รูปม่ะชัด ช่างมันเรามือใหม่ ประชาชนให้อภัยอยู่แล้ว
อันที่ 1 นี้คือชิ้นโปรดเลยน้า ยี่ห้อไรจำไม่ได้แว้วอ่ะ
เป็นบรอนเซอร์สารพัดประโยชน์ เป็นอายแชโดว์กะด้าย เป็นไฮไลท์กะด้าย
ปัดแก้มให้โกลว์ๆเล่นกะด้าย
แต่ นังยู ชอบเอามาทำเป็นไฮไลท์ใต้ตาอ่ะ เพราะตาเป็นหมีแพนด้าๆ เหอๆ
ซื้อที่ Wall Mart เมือง เวอร์นัล 10$ มั้ง
ต่อไปๆ
อ่า สองชิ้นนี้ต้องเป็นที่รู้จัก เบเนฟิต สุดที่รักนี่เอง
เริ่มจากด้านซ้ายก่อนเลย Benetint ของ Benefit
อันนี้ นังยู ทาแต่ปากง่ะ เป็นคนมือหนัก ทาแก้มแล้วแรงเป็นตุ๊ดส์ลิงทู้กที
ทาปากด้านในแล้วทาด้านนอกสีนู้ดๆ อ่ะเริ่ดกันไป
ส่วนอันขวา อันนี้ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ Moon Beam ของ Benefit
เป็นไฮไลท์สีวิ้งๆ สีเหลือบๆ ใช้ตอนออกหากินกลางคืน เอ๊ย ยย ไปเที่ยว จะบลิ้งมั่กส์
ชอบๆๆ เบเนฟิตที่สุดเร้ย
สองอันนี้ซื้อที่ ซีแอตเทิล ตกอันละ 19$ ถูกเนอะ มาที่ไทย 1200 จะบ้าตาย
อันที่ สาม (ใช้ภาษาสถุลเนาะ ชาวบ้านเค้าเรียกเป็น ชิ้น)
ชิ้นนี้ (อ่ะ ขอเจริญแล้วมั่ง) เพื่อนของนังยู ยกย่องสรรเสริญมั่ก
ขนานนามว่า "เครื่องสำอางมหัศจรรย์" ยาวไปมั้ยนิ
พอหน้ามันปุ๊บ ตบนี่ปั๊บ โอ้พระเจ้าจ๊อด ดด มันยอดส์เหลือเกิน
ลูบหน้างี้เนียนเรียบ ไม่มันไม่เงาซักนิด ชิ้นนี้เค้าเทพเจรงๆ
Dr.Feelgood ของ Benefit สนนราคางาม 19$ เพราะซื้อที่ซีแอตเทิลอีกแว้ว
เจรงๆ BA ของ แบรนด์นี้เค้าน่ารักมากเลยนะ ลองให้หมดทู้กอย่าง
นังยูเลยหลงคารมซื้อมาซะเพ่บเชียว 555
อ๊ะ ชิ้นต่อปายๆ
ทำไม มือถือชั้นช่างถ่ายรูปได้ไม่ชัดเช่นนี้นะ
อ่าๆ อันที่5 Blush Stick ของ Bobbie Brown
จริงๆแล้วไม่จำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องซื้อ
แต่ว่าแต่ว่า เคาท์เตอร์ bobbie brown ช่างยั่วตาล่อใจ
น้ำลายไหลติ๋งๆ (เครื่องสำอางหรือข้าวเหนียวส้มตำเนี่ย)
เผลอโซเซเดินเข้าไป และก้อและก้อ อ อ
เสร็จท่านบ๊อบบี้มา 1 แท่ง เป็นไงล่ะ
แต่สีเค้าก็สวยน้า ทาปากกะด้ายยย ยย เริ่ดเชียว ดูทดสอบสี
เห็นมั้ยหว่า? เหอๆๆ เกลี่ยง่ายจนกลมกลืนกับสีผิว เอิ๊กๆๆ
สนนราคา 22$ ที่เคาท์เตอร์ไทยทำไมถึงแพงเหือด
อเมริกาคือสวรรค์นักช็อปจริงๆ
ฮิฮิ้ว ต่อๆกันที่ 6 และ 7 ยี่ห้อนี้คงไม่คุ้นหน้าคุ้นตากัน
เป็นแบรนด์ของ Mary-Kate กับ Ashley Olsen สองฝาแฝดสาวสวยนั่นเอง
ชื่อแบรนด์ก็ตรงตัว Mary-KateAshley
ด้านบนก่อนเลย เป็นลิปกลอส สีออกชมพูนู้ดๆ กลิ่นก็หอมด้วย
ออกแนววานิลลาๆ ติดตรงที่ เหนียวนิดนึง งึ่มๆๆๆ
ลมพัดทีผมเผิมเข้าปากหมด แกะทีก็เหนียวเป็นตังเมเลย ย ย
แต่ราคา 4$ ก็สมคุณภาพเค้าอ่ะนะ ถูกซะขนาดนี้
ด้านล่างเป็นบรอนเซอร์ปัดแก้ม จริงๆมันก็ไม่วิ้งท่ะหร่าย
เอามาใช้แทนสีส้ม ก็โออยู่ ได้อยู่ๆ สนนราคา 4$ เช่นกาน
ขายที่ Wall Mart ทุกสาขา จริงๆแล้วมีอะไรน่าสนอีกเยอะเลยแบรนด์นี้
แต่ว่าๆ พกเงินไม่เยอะเลยซื้อได้ไม่ท่ะหร่ายง่า
ชิ้นนี้ เกิดเนื่องมาจากความกระแดะขึ้นสมอง
ก็อยากใช้MACกะเค้ามั่งง่ะ
ก็เดินเข้าเคาท์เตอร์ไปอย่างมาดมั่น BA ก็เอาใจใส่เป็นอย่างดี
ก็เลยซัดมาสามอย่างด้วยกัน
ในรูปคือ Stick Foundation เป็นรองพื้นแบบแท่ง
ใช้สะดวกดี ทาปากแทนลิปคอนซีลเลอร์ก็ได้
เกลี่ยก็ง่าย สะดวกสุดๆ แต่ว่าจะหนักตอนล้างออก 555
จริงๆซื้อ แป้งพัฟกับแปรงทารองพื้นมาด้วย แต่ว่า
นังเพื่อนฝนตัวดี ทำหายไป หมั่นไส้จริงๆๆๆๆๆ
ส่วนอันนี้ก็ของใช้ประจำเลย
Revlon Colorstay
จำราคาไม่ได้ เอาเป็นว่ามีในวัตสัน อิอิ
ไม่ต้องอธิบายให้มากความ Revlon Rules!!!!
มาสคาร่าๆ จริงๆก็ไม่รู้ว่าที่ใช้อยู่นี่ดีที่สุดแล้วรึยัง
คิดว่าจะต้องค้นหากันต่อไปเรื่อยๆ และจะเสียตังค์ต่อไปเรื่อยๆ ฮา
อันบนเป็น Maybelline Unstoppable สีดำ
ใช้แล้วขนตาเค้าก็ Unstoppable จริง ไม่ค่อยงอนหรอก แต่ยาวเชียะ
ตอนใช้ก็ต้องระวังเปื้อนหน่อย แต่ขนตาก็ไม่เกาะกันดีนะ
ราคาก็ 200 นิดๆมั้ง จำไม่ได้อีกแว้วว
ส่วนอันล่างก็กระแดะขึ้นสมองอีกแล้ว Lancome Curl Design
อันนี้จะมีสองด้าน ด้านที่1เป็นแบบปัดให้ขนตายาว+งอน
งอนสุดๆจริงๆขอบอกๆๆๆๆ ประมาณว่าขนตาทิ่มเปลือกตากันไปเลย (จริงจริ๊ง)
อีกด้านเป็นแปรงปัดสั้นๆ คล้ายๆหวี เอาไว้ปัดเฉพาะส่วน
นังยูเอาไว้ปัดตรงตาดำอ่ะ ตาโต๊โต แอ๊บแบ๊วกันได้อีก
มาต่อกันที่ KATE Gel Liner
อันนี้ยืนยันแล้ว ของถูกและดีมีจริงในโลก
400 บาท คุณภาพเท่า Bobbie Brown 900กว่าบาท
จริงๆ ยืนยันนอนยันนั่งยันว่าสวยเริ่ดอลังการไฮโซไอดาโฮปาจิงโกะ (จะยาวไปไหน)
คุณพี่เค้าสามารถจริงๆ ไม่ว่าจะเส้นบาง หนา ยาว สั้น เคททำด้าย ยย ย ย
ไม่แพนด้า ไม่เปื้อน ไม่เลอะ ให้กวนใจวัยรุ่นเซ็ง
หาซื้อง่ายด้วย เซนทรัลทุกสาขา วัตสันบางที่ก็มี รีบซื้อๆ เดี๋ยวเชยไม่รู้ด้วย
อ่า มีของไฮโซมาเบ่งอีกแล้ว 555
คอนซีลเลอร์ ของ Estee Lauder
นังยูเป็นคนที่ตาแพนด้ามั่กๆๆๆ เป็นมาตั้งกะสิบกว่าขวบละอ่ะ
ทำไงก็ไม่ห้ายไม่หาย เท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ อำพรางคดี เอ๊ย ความเป็นจริงไว้
ก็เดินเตร่ผ่านเอสเต้มา ก็เจอะพนักงานที่สวยพริ้ง
ซีแอตเทิลนี่คนสวยเยอะจริง นังยูก็ไปแอบฉกคอนซีลเลอร์มา 1 แท่ง
พนักงานก็เอาใจช่วยในการเลือกมากมาย ประทับใจยิ่ง
สนนราคา 15$ ที่เมืองไทยไม่ต้องถาม ชั้นไม่เฉียดไปให้ช้ำกระเป๋าเล่นหรอกย่ะ
ประสิทธิภาพของเอสเต้ตัวนี้ก็โอเคเลยนะ เกลี่ยง่ายแล้วก็เนียนด้วย
และก็อยู่ยั่งยืนยงจริงๆ เช้าถึงเย็น ไม่เลือน เริ่ดค่ะ

ขึ้นชื่อว่า The Body Shop ชีก็เป็นหนึ่งในใจใครหลายคนมาแล้ว
โดยเฉพาะครีมๆหอมๆเนี่ยก็ต้องยกให้เค้าละ
นังยูก็หลงใหลคลั่งไคล้ใคร่ได้มาเป็นเจ้าของในครอบครองเช่นกัน
แต่ว่าว่า ไม่รู้จะซื้ออะไร ก็ลองจากชิ้นเล็กๆไปก่อน
ลิปบาล์ม กลิ่น PeanutButter หอมน่ากินซะ
แต่ว่า ไม่สามารถช่วยเรื่องปากแตกของนังยูได้ซักเท่าไหร่
อืม..ม เธอคงต้องพยายามมากกว่านี้นะบอดี้ช็อป
คอนซีลเลอร์เราก็มี รองพื้นเราก็มี ต่อไปเราก็ต้องมีแป้งใช่มั้ยคะ?
แป้งๆๆๆ เป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตเพศเมียที่เดินสองขาเช่นเรา
เพราะเราต้องใช้โบ๊ะ เพื่อ สวยนิดนึง 55
ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนนังยูมั้ยอ่ะ แบบว่าจะหน้ามืดตามัวด้วยแพ็คเกจจิ้งอ่ะ
เพราะงั้นก็เลยตกเป็นเหยื่อของแอนนาซุย อา...ไม่น่าเลย
สองชิ้นนี้ก็ซื้อที่ Duty Free ไทเป
ราคาก็จะถูกลงอย่างมั่ก แต่ก็ถือว่าแพงอยู่ดีถ้าเทียบว่าเป็นแค่แป้งอ่ะนะ
แต่เพราะรูปร่างหน้าตามันน่ารักงี้ ใครจะอดใจไหว ใช่มั้ยคะ?
เราก็เลยเสียตังไปประมาณ 60$ เพื่อสองชิ้นนี้
กระปุกใหญ่เป็นแป้งฝุ่น กลิ่นหอมๆๆๆ หอมกุหลาบผู้ดีมาก
คุณภาพก็ตามราคา แพงซะขนาดนี้แล้ว ชีก็ดีอย่างที่ชีแพงจริงๆ
แต่ว่าด้วยความสึ่งตึง (ซื่อบื้อ) ของนังยู ก็ทำให้มันหกไป 1 ใน 3
เสียดายของแพง น้ำตาตกเลยวันนั้น T^T
ส่วนตลับน่ารักๆนั่น ก็ใช้พกออกไปข้างนอก เป็นแป้งฝุ่นอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น
เบาหน้าดีค่ะ จะได้ไม่หนาปึ้กเหมือนเอาปูนตราเสือมาใช้
แต่ปริมาณน้อยจริง หมดไปแล้ว ตอนนี้ก็เลย ซื้อแป้งของ Kitty (ซานริโอ ขายในเซนทรัลอ่ะค่ะ)
มาใช้แทน ตลับพอดีกันเลย อิอิ
แต่จะบอกว่า แป้งของคิตตี้นี่เค้าก็โอเคเลยนะ ถูกด้วย รีฟิลแค่ 120 เอง
หน้าก็วอกได้ใจไปแล้ว ตาก็พริ้งไปแล้ว อันดับต่อไปก็ต้องปาก
ลิปสติกน่ะเอง นังยูชอบสีนู้ดๆแล้วทาเบเนทิ้นท์ข้างใน แบบว่า อั้มมมม น่ะ
แท่งสีทองนั่นก็ Loreal สี 805 ไม่มีขายในไทย เสียใจมาก T^T
ซื้อที่ Wall Mart เวอร์นัล สนนราคา 8$ ใกล้เคียงกับในไทยเลย
สีสวยมากแท่งนี้ ชอบๆๆๆ แต่จะหมดแล้วไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนอ่า
แท่งสีดำของ Revlon เลือกซื้อให้ใกล้ๆกับ Loreal แต่ว่าอันนี้จะแดงกว่านิดนึง
ออกเป็นสีชมพูนู้ดๆ ก็น่ารักดี ทาเดี่ยวๆได้ พิกเมนต์เยอะทาแล้วเนียนไม่ต้องมีเบส
สนนราคา 200 นิดๆ มันลดราคาอ่ะ 555
ต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง อิอิ
อันนี้เป็น อายแชโดว์มี 10 สีด้วยกัน เป็นสีโทนเบอร์รี่ๆ
ใช้ตอนอยากจะหวานเลดี้กะเค้ามั่งง่ะ สีก็สวยดี ค่อนข้างทนเลย
เป็นของไม่มียี่ห้อ ขายที่ Dollar Store ในเวอร์นัล
ส่วนราคา อึ้ง ทึ่ง ตะลึงงัน!!! 1$ โอ้ว ถูกเว่อร์
เสียดายมันมีขายสีเดียว 555 ไม่งั้นจะเหมาหมดทุกเฉดเลย
สโมกกี้อายส์สุดฮิต ไม่ต้องแพงก็ทำได้
4U2 Eye Shadow Palette สี Onyx
มีสี่สี สีดำ เทาเข้ม เทาอ่อน สีเงิน
วิ้งๆๆๆ ประกายสะดุดตาสะกัดขาล้มกันไปเล้ย ยย
ราคาก็ถูก 200 นิดๆเอ้ง ติดทนดีด้วย แต่ล้างออกง่ายน้า
เริ่ดมาก อันนี้ ถูกจายให้ 100 เต็ม 10 เล้ยย ย
ใช้ได้นานอีกต่างหาก ซื้อตั้งกะปี2 นี่จะปีสี่อยู่แล้ว ชียังไม่ยอมหมดง่ายๆ
มาต่อที่ สกินแคร์สุดฮิต Kose
ด้านซ้ายเป็นผงแป้งล้างหน้า ด้านขวาเป็นมาสก์
จริงๆแล้วซื้อตอนที่เป็นเซ็ตคู่กับน้ำโสมสุดบลิ้ง แต่ว่า น้ำโสมสุดรักของเราก็หมดไปแว้ว
อยากได้อีกแต่ว่า งบประมาณไม่เอื้ออำนวยเลยอ้ะ
ผงแป้งล้างหน้านี่ นังยู จะใช้ตอนที่รู้สึกว่าหน้าสกปรกมากๆ อย่างวันไหนที่เจอฝุ่นเยอะๆ
หรือลุยงานหนัก แบบ เหงื่อไหลไคลย้อย
ใช้ผงแป้งนี่แล้วล้างสะอาด หน้าจะตึงๆนิดนึงแต่สะอาดล้ำลึกจริงๆ หอมอ่อนๆด้วย
ใช้ได้นานมากอีกแล้ว นี่หล่อนเกินปีแล้วหล่อนก็ยังจะคงอยู่ต่อไป
ส่วน มาสก์นี่ จะเป็นแบบเช็ดออก ทาไว้ซัก สาม นาทีแล้วเช็ดออกด้วยทิชชู่
จะเป็นขี้ไคลสีดำๆๆ ออกมาเพียบเลย แล้วหน้าก็จะเนียนนุ่มมั่กๆๆๆ ชอบๆๆ
อันนี้ก็อยู่ยั้งยืนยงอีกแล้ว หมดเมื่อไหร่ ว่าจะลอง มาสก์ดำสุดโหดมั่ง ซาดิสม์อ่ะ
สวยแล้ว อะไรแล้ว ก็ต้องหอมด้วย
นังยูเป็นผู้หญิงรสนิยมประหลาด ชอบน้ำหอมผู้ชายค่ะ
ขวดแรก Jean Paul จำชื่อรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ได้ซื้อเอง
แลกกันใช้กับพ่อ เพราะพ่อชอบจิ๊ก Kenzo Flower ของนังยูไปใช้อ่ะค่ะ!!
พ่อลูกคู่นี้ประหลาด ขวดนี้ก็จะหอมแมนๆนิดนึง แต่ Last Note หอมหวานน่ารักเชียวนะ
ขวดที่สองนี่ของ Emily เป็นน้ำหอมที่ Emily ทำกับ Escada ก็เป็นกลิ่น Grape ของ Escada
หอมแปลกๆ ลึกลับๆดี ใช้บ่อยเหมือนกัน
ถ้าไปเรียนจะชอบกลิ่นหวานๆ แต่ถ้าไปเที่ยวจะชอบกลิ่นแรงๆง่ะ 555
จริงๆแล้วซื้อ Britney Spears Fantasy มาใช้ด้วย แต่ว่าหม่ามิ๊จิ๊กไปใช้อ่า
ซื้อ Victoria Secret กลิ่น Beauty Rush มาใช้ หม่ามิ๊ก็ยกให้น้า ฮือๆๆๆ
หม่ามิ๊โหดร้าย
จริงๆแล้วตอนนี้ นังยูชอบ Hot ของ Ralph Lauren มากก แต่งบไม่พอ
ซื้อแต่ขวดรีฟิลมาใช้ไปก่อน แก้ขัด
เข้าหน้าร้อน แต่งหน้าแล้วเหนอะหนะ เดี๋ยวก็โบ๊ะ เดี๋ยวก็ซับ
นังยูก็เลยชอบสเปรย์น้ำแร่เอามากๆเลย ฉีด ฟึ่ดๆ เย็น น น ชื่นจายยยย
แล้วก็ซับนิดนึง แป้งตามนิด อยู่ต่อได้ไม่เหนอะหนะหน้าดี
ซื้อตอนลดราคา อันนี้ซื้อที่ช็อป BSC 120 รึเปล่าน้า จำไม่เคยได้เล้ย
สุดท้ายๆๆ
ครีมทาผิว สำคัญสำหรับคนผิวแห้งเหือดอย่างนังยูมาก
ตอนไปอยู่เมกานะ หน้าหนาวหิมะตก นังยูทรมานกับผิวตกสะเก็ด แห้งแตกยิบๆๆ
เป็นรอยแผลด้วย ครีมไทยที่ซื้อไปเอาไม่อยู่เลย
เจอครีมต่างประเทศเข้าไปถึงค่อยยังชั่วได้
ขวดซ้าย Jergens Ultra Healing ไม่ค่อยเหนียว กลิ่นหอมๆสมุนไพร
ทาแล้วอยู่ได้ทั้งวันไม่แห้งไม่ลอก ชอบๆๆๆๆ ประมาณ 200 บาท
ขวดขวา Suave Natural Oatmeal เหนียวมั่ก ไม่หอมเลย
แต่ว่าตอนแตกๆนี่นะ ถ้าทาลงไปจะรู้สึกดีขึ้นทันทีเลย
พอกลับมาไทยแล้วตัวนี้ทาไม่ค่อยได้อะ เหนอะ มันไม่ซึม ราคาประมาณ 150 บาท
ก็เลย Jergens อย่างเดียว แนะนำมากสำหรับคนที่ผิวแห้งจนแตกเช่นนังยู
อันนี้เป็นรีวิวครั้งแรก ไม่เคยทำมาก่อนนะเนี่ย
เห็นคนอื่นเค้าทำก็อยากทำมั่ง แฮะๆ
ตอนนี้ก็มีแค่เนี้ยอ่ะ ถ้ามีอะไรดีๆก็จะมาบอกกันน้า
edit @ 27 Mar 2009 22:11:36 by blackieimpz
edit @ 27 Mar 2009 22:16:44 by blackieimpz