The Inconvenient Truth

posted on 30 Apr 2009 22:16 by blackieimpz

 

ขอระบายความเศร้านิดนึง

ถ้าคุณรักใครคนนึง และ เค้า เป็นโลกทั้งใบสำหรับคุณ

คุณหวังให้เค้าเห็นคุณมีค่า มีความหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเค้า

เช่นเดียวกับที่เค้าเป็นต่อคุณ

 

คุณพยายามทำทุกอย่าง เพื่อ เค้า

สิ่งที่เค้าต้องการและคาดหวังในตัวคุณ คุณจะเป็นเช่นนั้น

แม้ว่า จริงๆแล้ว คุณไม่สามารถทำได้

คุณรู้สึกอยู่ในใจ ว่า ทำไม คุณถึงต้องเปลี่ยนไป

แต่คุณก็ไม่ได้พูดออกมา

เพราะ คุณ รัก เค้า

และ เค้า ช่างแสน สำคัญ

 

 

หากคุณแค่เพียงจินตนาการถึงภาพที่เค้าจะจากคุณไป

น้ำตาจะไหลออกมาไม่มีสาเหตุ

หากคุณแค่เพียงจินตนาการถึงภาพที่เค้าจะเป็นอะไรไป

คุณก็ทนไม่ได้

 

 

และ วันนึง ที่คุณ ค้นพบว่า

สำหรับเค้าแล้ว

คุณ มีค่า น้อยกว่า การดื่มสุรา

คุณ ร้องไห้

หัวใจคุณ เรียกร้อง ความยุติธรรม

หัวใจคุณ วิงวอน เพื่อให้เค้า รัก คุณ บ้าง

หัวใจคุณ ขอ ให้คุณรักตัวเองมากกว่านี้

 

 

คุณ รู้ ว่าหัวใจคุณ ถูก

คุณ ไม่สมควร จะต้องทน

คุณ สมควร จะเดินหนีไป หา คนที่เห็นคุณค่าของคุณ

 

คุณ รู้สึก เหมือนตัวเอง ตัวเล็กลงมาก จน ทุกสิ่งดูน่ากลัวและโหดร้าย

คุณ รู้สึก อยากจะหนี แต่ คุณ ไม่มี ที่ไป

 

 

สุดท้าย คุณ ตัดสินใจ ยอมรับ ความจริงนั้น

และ รัก เค้า ต่อไป

 

 

 

และ เมื่อ คุณ มองย้อนกลับไป

คุณ ก็พบว่า เค้าคนนั้น ก็คือ พ่อ และ คนรัก ของคุณ

 

 

"คนที่เรารักมากที่สุด คือ คนที่ทำร้ายเราได้เจ็บที่สุด" มัน คือ เรื่องจริง

My (so called) Treasure

posted on 18 Mar 2009 18:20 by blackieimpz

 

งุ้งๆๆๆ ไม่ได้อัพซะนานเลยนะ (ไม่มีใครอ่านซะหน่อย)

ก็อย่างที่เคยบอกไว้ว่า อยากทำบล็อกรีวิวเครื่องสำอาง

แต่ว่าแต่ว่า นังยู ไม่ได้ออกไปช็อปเลยอ้ะ

 

งืม...เพราะฉะนั้นจึงขอเปิดกรุสมบัติที่มีอยู่ก่อนดีกว่าเน้อ อ~

Photobucket

แอ๊ะ รูปม่ะชัด ช่างมันเรามือใหม่ ประชาชนให้อภัยอยู่แล้ว

อันที่ 1 นี้คือชิ้นโปรดเลยน้า ยี่ห้อไรจำไม่ได้แว้วอ่ะ

เป็นบรอนเซอร์สารพัดประโยชน์ เป็นอายแชโดว์กะด้าย เป็นไฮไลท์กะด้าย

ปัดแก้มให้โกลว์ๆเล่นกะด้าย

แต่ นังยู ชอบเอามาทำเป็นไฮไลท์ใต้ตาอ่ะ เพราะตาเป็นหมีแพนด้าๆ เหอๆ

ซื้อที่ Wall Mart เมือง เวอร์นัล 10$ มั้ง

ต่อไปๆ

 

Photobucket

อ่า สองชิ้นนี้ต้องเป็นที่รู้จัก เบเนฟิต สุดที่รักนี่เอง

เริ่มจากด้านซ้ายก่อนเลย Benetint ของ Benefit

อันนี้ นังยู ทาแต่ปากง่ะ เป็นคนมือหนัก ทาแก้มแล้วแรงเป็นตุ๊ดส์ลิงทู้กที

ทาปากด้านในแล้วทาด้านนอกสีนู้ดๆ อ่ะเริ่ดกันไป

ส่วนอันขวา อันนี้ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ Moon Beam ของ Benefit

เป็นไฮไลท์สีวิ้งๆ สีเหลือบๆ ใช้ตอนออกหากินกลางคืน เอ๊ย ยย ไปเที่ยว จะบลิ้งมั่กส์

ชอบๆๆ เบเนฟิตที่สุดเร้ย

สองอันนี้ซื้อที่ ซีแอตเทิล ตกอันละ 19$ ถูกเนอะ มาที่ไทย 1200 จะบ้าตาย

Photobucket

อันที่ สาม (ใช้ภาษาสถุลเนาะ ชาวบ้านเค้าเรียกเป็น ชิ้น)

ชิ้นนี้ (อ่ะ ขอเจริญแล้วมั่ง) เพื่อนของนังยู ยกย่องสรรเสริญมั่ก

ขนานนามว่า "เครื่องสำอางมหัศจรรย์" ยาวไปมั้ยนิ

พอหน้ามันปุ๊บ ตบนี่ปั๊บ โอ้พระเจ้าจ๊อด ดด มันยอดส์เหลือเกิน

ลูบหน้างี้เนียนเรียบ ไม่มันไม่เงาซักนิด ชิ้นนี้เค้าเทพเจรงๆ

Dr.Feelgood ของ Benefit สนนราคางาม 19$ เพราะซื้อที่ซีแอตเทิลอีกแว้ว

เจรงๆ BA ของ แบรนด์นี้เค้าน่ารักมากเลยนะ ลองให้หมดทู้กอย่าง

นังยูเลยหลงคารมซื้อมาซะเพ่บเชียว 555

อ๊ะ ชิ้นต่อปายๆ

Photobucket 

ทำไม มือถือชั้นช่างถ่ายรูปได้ไม่ชัดเช่นนี้นะ

อ่าๆ อันที่5 Blush Stick ของ Bobbie Brown

จริงๆแล้วไม่จำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องซื้อ

แต่ว่าแต่ว่า เคาท์เตอร์ bobbie brown ช่างยั่วตาล่อใจ

น้ำลายไหลติ๋งๆ (เครื่องสำอางหรือข้าวเหนียวส้มตำเนี่ย)

เผลอโซเซเดินเข้าไป และก้อและก้อ อ อ

เสร็จท่านบ๊อบบี้มา 1 แท่ง เป็นไงล่ะ

แต่สีเค้าก็สวยน้า ทาปากกะด้ายยย ยย  เริ่ดเชียว ดูทดสอบสี

Photobucket

เห็นมั้ยหว่า? เหอๆๆ เกลี่ยง่ายจนกลมกลืนกับสีผิว เอิ๊กๆๆ

สนนราคา 22$ ที่เคาท์เตอร์ไทยทำไมถึงแพงเหือด

อเมริกาคือสวรรค์นักช็อปจริงๆ

Photobucket

ฮิฮิ้ว ต่อๆกันที่ 6 และ 7 ยี่ห้อนี้คงไม่คุ้นหน้าคุ้นตากัน

เป็นแบรนด์ของ Mary-Kate กับ Ashley Olsen สองฝาแฝดสาวสวยนั่นเอง

ชื่อแบรนด์ก็ตรงตัว Mary-KateAshley

ด้านบนก่อนเลย เป็นลิปกลอส สีออกชมพูนู้ดๆ กลิ่นก็หอมด้วย

ออกแนววานิลลาๆ ติดตรงที่ เหนียวนิดนึง งึ่มๆๆๆ

ลมพัดทีผมเผิมเข้าปากหมด แกะทีก็เหนียวเป็นตังเมเลย ย ย

แต่ราคา 4$ ก็สมคุณภาพเค้าอ่ะนะ ถูกซะขนาดนี้

ด้านล่างเป็นบรอนเซอร์ปัดแก้ม จริงๆมันก็ไม่วิ้งท่ะหร่าย

เอามาใช้แทนสีส้ม ก็โออยู่ ได้อยู่ๆ สนนราคา 4$ เช่นกาน

ขายที่ Wall Mart ทุกสาขา จริงๆแล้วมีอะไรน่าสนอีกเยอะเลยแบรนด์นี้

แต่ว่าๆ พกเงินไม่เยอะเลยซื้อได้ไม่ท่ะหร่ายง่า

Photobucket

ชิ้นนี้ เกิดเนื่องมาจากความกระแดะขึ้นสมอง

ก็อยากใช้MACกะเค้ามั่งง่ะ

ก็เดินเข้าเคาท์เตอร์ไปอย่างมาดมั่น BA ก็เอาใจใส่เป็นอย่างดี

ก็เลยซัดมาสามอย่างด้วยกัน

ในรูปคือ Stick Foundation เป็นรองพื้นแบบแท่ง

ใช้สะดวกดี ทาปากแทนลิปคอนซีลเลอร์ก็ได้

เกลี่ยก็ง่าย สะดวกสุดๆ แต่ว่าจะหนักตอนล้างออก 555

จริงๆซื้อ แป้งพัฟกับแปรงทารองพื้นมาด้วย แต่ว่า

นังเพื่อนฝนตัวดี ทำหายไป หมั่นไส้จริงๆๆๆๆๆ

Photobucket

ส่วนอันนี้ก็ของใช้ประจำเลย

Revlon Colorstay

จำราคาไม่ได้ เอาเป็นว่ามีในวัตสัน อิอิ

ไม่ต้องอธิบายให้มากความ Revlon Rules!!!!

Photobucket

มาสคาร่าๆ จริงๆก็ไม่รู้ว่าที่ใช้อยู่นี่ดีที่สุดแล้วรึยัง

คิดว่าจะต้องค้นหากันต่อไปเรื่อยๆ และจะเสียตังค์ต่อไปเรื่อยๆ ฮา

อันบนเป็น Maybelline Unstoppable สีดำ

ใช้แล้วขนตาเค้าก็ Unstoppable จริง ไม่ค่อยงอนหรอก แต่ยาวเชียะ

ตอนใช้ก็ต้องระวังเปื้อนหน่อย แต่ขนตาก็ไม่เกาะกันดีนะ

ราคาก็ 200 นิดๆมั้ง จำไม่ได้อีกแว้วว

ส่วนอันล่างก็กระแดะขึ้นสมองอีกแล้ว Lancome Curl Design

อันนี้จะมีสองด้าน ด้านที่1เป็นแบบปัดให้ขนตายาว+งอน

งอนสุดๆจริงๆขอบอกๆๆๆๆ ประมาณว่าขนตาทิ่มเปลือกตากันไปเลย (จริงจริ๊ง)

อีกด้านเป็นแปรงปัดสั้นๆ คล้ายๆหวี เอาไว้ปัดเฉพาะส่วน

นังยูเอาไว้ปัดตรงตาดำอ่ะ ตาโต๊โต แอ๊บแบ๊วกันได้อีก

Photobucket

มาต่อกันที่ KATE Gel Liner

อันนี้ยืนยันแล้ว ของถูกและดีมีจริงในโลก

400 บาท คุณภาพเท่า Bobbie Brown 900กว่าบาท

จริงๆ ยืนยันนอนยันนั่งยันว่าสวยเริ่ดอลังการไฮโซไอดาโฮปาจิงโกะ (จะยาวไปไหน)

คุณพี่เค้าสามารถจริงๆ ไม่ว่าจะเส้นบาง หนา ยาว สั้น เคททำด้าย ยย ย ย

ไม่แพนด้า ไม่เปื้อน ไม่เลอะ ให้กวนใจวัยรุ่นเซ็ง

หาซื้อง่ายด้วย เซนทรัลทุกสาขา วัตสันบางที่ก็มี รีบซื้อๆ เดี๋ยวเชยไม่รู้ด้วย

Photobucket

อ่า มีของไฮโซมาเบ่งอีกแล้ว 555

คอนซีลเลอร์ ของ Estee Lauder

นังยูเป็นคนที่ตาแพนด้ามั่กๆๆๆ เป็นมาตั้งกะสิบกว่าขวบละอ่ะ

ทำไงก็ไม่ห้ายไม่หาย เท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ อำพรางคดี เอ๊ย ความเป็นจริงไว้

ก็เดินเตร่ผ่านเอสเต้มา ก็เจอะพนักงานที่สวยพริ้ง

ซีแอตเทิลนี่คนสวยเยอะจริง นังยูก็ไปแอบฉกคอนซีลเลอร์มา 1 แท่ง

พนักงานก็เอาใจช่วยในการเลือกมากมาย ประทับใจยิ่ง

สนนราคา 15$ ที่เมืองไทยไม่ต้องถาม ชั้นไม่เฉียดไปให้ช้ำกระเป๋าเล่นหรอกย่ะ

ประสิทธิภาพของเอสเต้ตัวนี้ก็โอเคเลยนะ เกลี่ยง่ายแล้วก็เนียนด้วย

และก็อยู่ยั่งยืนยงจริงๆ เช้าถึงเย็น ไม่เลือน เริ่ดค่ะ

Photobucket

ขึ้นชื่อว่า The Body Shop ชีก็เป็นหนึ่งในใจใครหลายคนมาแล้ว

โดยเฉพาะครีมๆหอมๆเนี่ยก็ต้องยกให้เค้าละ

นังยูก็หลงใหลคลั่งไคล้ใคร่ได้มาเป็นเจ้าของในครอบครองเช่นกัน

แต่ว่าว่า ไม่รู้จะซื้ออะไร ก็ลองจากชิ้นเล็กๆไปก่อน

ลิปบาล์ม กลิ่น PeanutButter หอมน่ากินซะ

แต่ว่า ไม่สามารถช่วยเรื่องปากแตกของนังยูได้ซักเท่าไหร่

อืม..ม เธอคงต้องพยายามมากกว่านี้นะบอดี้ช็อป

Photobucket

คอนซีลเลอร์เราก็มี รองพื้นเราก็มี ต่อไปเราก็ต้องมีแป้งใช่มั้ยคะ?

แป้งๆๆๆ เป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตเพศเมียที่เดินสองขาเช่นเรา

เพราะเราต้องใช้โบ๊ะ เพื่อ สวยนิดนึง 55

ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนนังยูมั้ยอ่ะ แบบว่าจะหน้ามืดตามัวด้วยแพ็คเกจจิ้งอ่ะ

เพราะงั้นก็เลยตกเป็นเหยื่อของแอนนาซุย อา...ไม่น่าเลย

สองชิ้นนี้ก็ซื้อที่ Duty Free ไทเป

ราคาก็จะถูกลงอย่างมั่ก แต่ก็ถือว่าแพงอยู่ดีถ้าเทียบว่าเป็นแค่แป้งอ่ะนะ

แต่เพราะรูปร่างหน้าตามันน่ารักงี้ ใครจะอดใจไหว ใช่มั้ยคะ?

เราก็เลยเสียตังไปประมาณ 60$ เพื่อสองชิ้นนี้

กระปุกใหญ่เป็นแป้งฝุ่น กลิ่นหอมๆๆๆ หอมกุหลาบผู้ดีมาก

คุณภาพก็ตามราคา แพงซะขนาดนี้แล้ว ชีก็ดีอย่างที่ชีแพงจริงๆ

แต่ว่าด้วยความสึ่งตึง (ซื่อบื้อ) ของนังยู ก็ทำให้มันหกไป 1 ใน 3

เสียดายของแพง น้ำตาตกเลยวันนั้น T^T

ส่วนตลับน่ารักๆนั่น ก็ใช้พกออกไปข้างนอก เป็นแป้งฝุ่นอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น

เบาหน้าดีค่ะ จะได้ไม่หนาปึ้กเหมือนเอาปูนตราเสือมาใช้

แต่ปริมาณน้อยจริง หมดไปแล้ว ตอนนี้ก็เลย ซื้อแป้งของ Kitty (ซานริโอ ขายในเซนทรัลอ่ะค่ะ)

มาใช้แทน ตลับพอดีกันเลย อิอิ

แต่จะบอกว่า แป้งของคิตตี้นี่เค้าก็โอเคเลยนะ ถูกด้วย รีฟิลแค่ 120 เอง

Photobucket

หน้าก็วอกได้ใจไปแล้ว ตาก็พริ้งไปแล้ว อันดับต่อไปก็ต้องปาก

ลิปสติกน่ะเอง นังยูชอบสีนู้ดๆแล้วทาเบเนทิ้นท์ข้างใน แบบว่า อั้มมมม น่ะ

แท่งสีทองนั่นก็ Loreal สี 805 ไม่มีขายในไทย เสียใจมาก T^T

ซื้อที่ Wall Mart เวอร์นัล สนนราคา 8$ ใกล้เคียงกับในไทยเลย

สีสวยมากแท่งนี้ ชอบๆๆๆ แต่จะหมดแล้วไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนอ่า

แท่งสีดำของ Revlon เลือกซื้อให้ใกล้ๆกับ Loreal แต่ว่าอันนี้จะแดงกว่านิดนึง

ออกเป็นสีชมพูนู้ดๆ ก็น่ารักดี ทาเดี่ยวๆได้ พิกเมนต์เยอะทาแล้วเนียนไม่ต้องมีเบส

สนนราคา 200 นิดๆ มันลดราคาอ่ะ 555

Photobucket

ต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง อิอิ

อันนี้เป็น อายแชโดว์มี 10 สีด้วยกัน เป็นสีโทนเบอร์รี่ๆ

ใช้ตอนอยากจะหวานเลดี้กะเค้ามั่งง่ะ สีก็สวยดี ค่อนข้างทนเลย

เป็นของไม่มียี่ห้อ ขายที่ Dollar Store ในเวอร์นัล

ส่วนราคา อึ้ง ทึ่ง ตะลึงงัน!!! 1$ โอ้ว ถูกเว่อร์

เสียดายมันมีขายสีเดียว 555 ไม่งั้นจะเหมาหมดทุกเฉดเลย

Photobucket

สโมกกี้อายส์สุดฮิต ไม่ต้องแพงก็ทำได้

4U2 Eye Shadow Palette สี Onyx

มีสี่สี สีดำ เทาเข้ม เทาอ่อน สีเงิน

วิ้งๆๆๆ ประกายสะดุดตาสะกัดขาล้มกันไปเล้ย ยย

ราคาก็ถูก 200 นิดๆเอ้ง ติดทนดีด้วย แต่ล้างออกง่ายน้า

เริ่ดมาก อันนี้ ถูกจายให้ 100 เต็ม 10 เล้ยย ย

ใช้ได้นานอีกต่างหาก ซื้อตั้งกะปี2 นี่จะปีสี่อยู่แล้ว ชียังไม่ยอมหมดง่ายๆ

Photobucket

มาต่อที่ สกินแคร์สุดฮิต Kose

ด้านซ้ายเป็นผงแป้งล้างหน้า ด้านขวาเป็นมาสก์

จริงๆแล้วซื้อตอนที่เป็นเซ็ตคู่กับน้ำโสมสุดบลิ้ง แต่ว่า น้ำโสมสุดรักของเราก็หมดไปแว้ว

อยากได้อีกแต่ว่า งบประมาณไม่เอื้ออำนวยเลยอ้ะ

ผงแป้งล้างหน้านี่ นังยู จะใช้ตอนที่รู้สึกว่าหน้าสกปรกมากๆ อย่างวันไหนที่เจอฝุ่นเยอะๆ

หรือลุยงานหนัก แบบ เหงื่อไหลไคลย้อย

ใช้ผงแป้งนี่แล้วล้างสะอาด หน้าจะตึงๆนิดนึงแต่สะอาดล้ำลึกจริงๆ หอมอ่อนๆด้วย

ใช้ได้นานมากอีกแล้ว นี่หล่อนเกินปีแล้วหล่อนก็ยังจะคงอยู่ต่อไป

ส่วน มาสก์นี่ จะเป็นแบบเช็ดออก ทาไว้ซัก สาม นาทีแล้วเช็ดออกด้วยทิชชู่

จะเป็นขี้ไคลสีดำๆๆ ออกมาเพียบเลย แล้วหน้าก็จะเนียนนุ่มมั่กๆๆๆ ชอบๆๆ

อันนี้ก็อยู่ยั้งยืนยงอีกแล้ว หมดเมื่อไหร่ ว่าจะลอง มาสก์ดำสุดโหดมั่ง ซาดิสม์อ่ะ

Photobucket

สวยแล้ว อะไรแล้ว ก็ต้องหอมด้วย

นังยูเป็นผู้หญิงรสนิยมประหลาด ชอบน้ำหอมผู้ชายค่ะ

ขวดแรก Jean Paul จำชื่อรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ได้ซื้อเอง

แลกกันใช้กับพ่อ เพราะพ่อชอบจิ๊ก Kenzo Flower ของนังยูไปใช้อ่ะค่ะ!!

พ่อลูกคู่นี้ประหลาด ขวดนี้ก็จะหอมแมนๆนิดนึง แต่ Last Note หอมหวานน่ารักเชียวนะ

ขวดที่สองนี่ของ Emily เป็นน้ำหอมที่ Emily ทำกับ Escada ก็เป็นกลิ่น Grape ของ Escada

หอมแปลกๆ ลึกลับๆดี ใช้บ่อยเหมือนกัน

ถ้าไปเรียนจะชอบกลิ่นหวานๆ แต่ถ้าไปเที่ยวจะชอบกลิ่นแรงๆง่ะ 555

จริงๆแล้วซื้อ Britney Spears Fantasy มาใช้ด้วย แต่ว่าหม่ามิ๊จิ๊กไปใช้อ่า

ซื้อ Victoria Secret กลิ่น Beauty Rush มาใช้ หม่ามิ๊ก็ยกให้น้า ฮือๆๆๆ

หม่ามิ๊โหดร้าย

จริงๆแล้วตอนนี้ นังยูชอบ Hot ของ Ralph Lauren มากก แต่งบไม่พอ

ซื้อแต่ขวดรีฟิลมาใช้ไปก่อน แก้ขัด

Photobucket

เข้าหน้าร้อน แต่งหน้าแล้วเหนอะหนะ เดี๋ยวก็โบ๊ะ เดี๋ยวก็ซับ

นังยูก็เลยชอบสเปรย์น้ำแร่เอามากๆเลย ฉีด ฟึ่ดๆ เย็น น น ชื่นจายยยย

แล้วก็ซับนิดนึง แป้งตามนิด อยู่ต่อได้ไม่เหนอะหนะหน้าดี

ซื้อตอนลดราคา อันนี้ซื้อที่ช็อป BSC 120 รึเปล่าน้า จำไม่เคยได้เล้ย

Photobucket

สุดท้ายๆๆ

ครีมทาผิว สำคัญสำหรับคนผิวแห้งเหือดอย่างนังยูมาก

ตอนไปอยู่เมกานะ หน้าหนาวหิมะตก นังยูทรมานกับผิวตกสะเก็ด แห้งแตกยิบๆๆ

เป็นรอยแผลด้วย ครีมไทยที่ซื้อไปเอาไม่อยู่เลย

เจอครีมต่างประเทศเข้าไปถึงค่อยยังชั่วได้

ขวดซ้าย Jergens Ultra Healing ไม่ค่อยเหนียว กลิ่นหอมๆสมุนไพร

ทาแล้วอยู่ได้ทั้งวันไม่แห้งไม่ลอก ชอบๆๆๆๆ ประมาณ 200 บาท

ขวดขวา Suave Natural Oatmeal เหนียวมั่ก ไม่หอมเลย

แต่ว่าตอนแตกๆนี่นะ ถ้าทาลงไปจะรู้สึกดีขึ้นทันทีเลย

พอกลับมาไทยแล้วตัวนี้ทาไม่ค่อยได้อะ เหนอะ มันไม่ซึม ราคาประมาณ 150 บาท

ก็เลย Jergens อย่างเดียว แนะนำมากสำหรับคนที่ผิวแห้งจนแตกเช่นนังยู

 

อันนี้เป็นรีวิวครั้งแรก ไม่เคยทำมาก่อนนะเนี่ย

เห็นคนอื่นเค้าทำก็อยากทำมั่ง แฮะๆ

ตอนนี้ก็มีแค่เนี้ยอ่ะ ถ้ามีอะไรดีๆก็จะมาบอกกันน้า

edit @ 27 Mar 2009 22:11:36 by blackieimpz

edit @ 27 Mar 2009 22:16:44 by blackieimpz

Exam Result

posted on 12 Mar 2009 18:49 by blackieimpz

 

และแล้ว...วันนี้ก็มาถึง!!!

 

วันประกาศผลสอบที่รอคอย หะเฮยหะเฮย

พอดีกำลังนั่งเวิ่นเว้อ..เว้อแล้วเว้ออีก เวิ่นเว้อ เป็นภาษาเชียงใหม่ แปลว่า ว่างจัด ว่างสุดๆ

ผจญยุงกัดมหันตรภัย ศัตรูที่มิอาจมองหาตัวได้ทัน! (จะไปไหนแล้วเนี่ยฉัน)

เสียงโทรศัพท์พกพา (มีชื่อเล่นว่า มือถือ ทั้งๆที่โทรศัพท์บ้านก็ใช้มือถือเหมือนกัน)ก็ดังขึ้น

นังโบนี่เอง "มึง...เกรดออกแล้ว" กรุณาทำเสียงเหมือน I know what you did last summer

จริงเหรอมึง! กรี๊ด ตื่นเต้น เดี๋ยวกูจะเข้าไปดูเดี๋ยวนี้ ว่าแต่...มึงได้เท่าไหร่

"3. .... "  (ขอสารภาพ ณ ที่นี้ว่าจำไม่ได้)

เหรอๆๆ เดี๋ยวกูดูเลยๆๆๆ เปิดคอมๆๆๆๆ

"เออ กูจะถือสายรอ" อยากอัพเดทขนาดนั้นเพื่อนฉัน

 

นังยูก็เปิดหน้าจอขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา ลมหายใจกระชั้น

เปิดเว็บของมหาลัยขึ้นมา โอ้ ใจเต้นตึกตักๆ (เว่อร์ไปไหนอีก ก ก  จะดราม่าอะไรขนาดน้าน นน)

เอ๊ะ! มึง ไม่เห็นมีเลย ประกาศผลสอบ

"คลิกด้านบนสิ ส่วนบริการนักศึกษา" อ๋อ กูโง่วเอง 555

กรอกรหัส กรอกพาสเวิร์ด

ไม่เห็นมีเลยมึง!!!

"เลื่อนลงไปด้านล่างสิวะ"

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!

สครีมค่ะ สครีมเท่านั้น เกรดนี่มันอะไร ไม่! ชั้นไม่เชื่อ ไม่!!! ม่ายยยยยย!!!!

3.43

โอ้ ฝันที่เป็นจริง รับรถเข็นไปเลย

(บ่งบอกอายุ)

 

หะเฮยหะเฮย เกรดอะไรจะสวยงามปานนี้

ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เกรดเท่านี้ อยู่มหาลัยนี้มาเป็นเวลาสามปี เพิ่งได้เกรดเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก

โอ้พระพุทธเจ้าทรงอวยพร (TuT) น้ำตาแทบไหล (เว่อร์ไปๆ)

ก็ผลที่ออกมา

Drama                  A  ขอบคุณเจ๊แม้ว อาจารย์ที่ปรึกษาผู้แสนดี

Translations I        B+  ขอบคุณ อาจารย์วินัย ที่ใจดี๊ใจดี

English in Business     B+  ขอบคุณ อาจารย์ พยุพล ที่ก้อใจดี๊ใจดี

Clothing Design & Selection    A  อันนั้นงานหนักมาก ก ก ก แต่ก็ดีใจ๊ดีใจ ได้เอ

Finance for Interprenurial      B   นึกว่าจะได้หมามาเลี้ยงซะแล้ว ทำข้อสอบไม่ได้เลยอ้ะ

Spanish                  C+         กร๊าก  ก ก โง่วเอง โทษใครม่ายด้าย

 

โทรไปบอกท่านแม่ ท่านแม่ก็รับทราบแล้วก็ชมเชยมาก

ม๊ะ ลูกได้ 3.43 เชียวน้า

"โอ้โห ตั้ง3.43 เชียวเหรอ เริ่ดจริงๆเลย โอ๊ย สงสัยต้องได้เกียรตินิยมแน่เลยเนอะ"

ตกลง ท่านแม่ดีใจหรือประชดชีวิตคะ? เหอๆๆๆๆ

แต่ยังไงก็ดีใจ๊ดีใจ ละเอ้อ อ อ  ดีใจ

 

 

จบความดีใจไว้ก่อน เกรดเฉลี่ยออกมายังไม่ถึงเกียรตินิยมเลย ยังอีกห่างไกลๆๆๆ

ขออนุญาตไม่บอกกล่าว เพราะจะเป็นที่อับอายแก่วงศ์ตระกูล 555